เปิดที่มาตัวสำรอง ในเกมกีฬาฟุตบอล

เปิดที่มาตัวสำรอง ในเกมกีฬาฟุตบอล

เปิดที่มาตัวสำรอง ในเกมกีฬาฟุตบอล

เปิดที่มาตัวสำรอง ในเกมกีฬาฟุตบอล เมื่อตัวสำรองนั้น เริ่มมีความสำคัญมากกว่าแค่ลงไปแทนผู้เล่นบาดเจ็บ ตำแหน่งของตัวสำรอง จึงได้ถูกเพิ่มเข้ามาเป็นครั้งแรก แทงบอลขั้นต่ำ 10 บาท บนโลกลูกหนัง กับสโมสรอย่าง เอเอฟซี วิมเบิลดัน ซึ่งในระดับลีกวัน ของอังกฤษ ด้วยความหวังที่จะพัฒนาตัวเปลี่ยน เกมเหล่านั้น ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

เปิดที่มาตัวสำรอง ในเกมกีฬาฟุตบอล

ต้นกำเนิด ที่มาตัวสำรอง

มองย้อนกลับไปในยุค 1850 ตั้งแต่การแข่งขันฟุตบอล ยังคงอยู่แค่ระดับโรงเรียน มีทีมวิทยาลัยอีตัน (Eton College) เป็นสโมสรแรก ในประวัติศาสตร์ ที่ได้ใช้งานตัวสำรอง บนโลกของลูกหนัง

สำรองคือการแทนผู้เล่นตัวจริง ที่ไม่มาปรากฎตัวในสนาม จนต้องหาคนอื่น มาลงเล่น เพื่อให้ครบ 11 คน และต้องรอ จนถึงเกมทีมชาติ เมื่อปี 1889 จึงจะมีการใช้งานตัวสำรอง แบบที่เรารู้จักกันเป็นครั้งแรกบนโลกในปัจจุบัน

ระหว่างแมตช์ที่ เวลส์ เปิดบ้าน พบกับสกอตแลนด์ ผู้ที่รักษาประตูเบอร์หนึ่ง ของเจ้าถิ่นอย่าง เจมส์ เทรนเนอร์ (James Trainer) ที่ไม่มาปรากฏตัว ที่สนามแข่งขัน ส่งผลให้ อัลฟ์ พิว (Alf Pugh) โกล นั้นได้สมัครเล่นโดยบังเอิญ ได้ลงแข่งอยู่แถวนั้นพอดี เขาได้มายืนเฝ้าเสาให้แทนในช่วง 20 นาทีแรก ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวกับ แซม กิลลัม (Sam Gillam) คือนายด่านมืออาชีพจากทีม เร็กซ์แฮม ซึ่งทั้งคู่ก็สามารถเก็บคลีนชีทไว้ได้ ในเกม ที่ได้จบลงด้วยผลสกอร์ 0-0

หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ก็ยังไม่มีกฎแบบชัดเจน ที่ให้อนุญาตเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ ไม่ว่าจะระดับทีมชาติ หรือสโมสรเองก็ตาม แปลว่าถ้ามีนักเตะบาดเจ็บ ในสนามอีก สโมสรต้องตัดสินใจแล้วว่า จะฝืนให้เขาเล่นต่อ หรือยอมเหลือ 10 คน ไปโดยปริยาย

ภายหลังมา ต้องรอถึงในปี 1958 ที่ทางสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA ได้อนุญาตให้มีการเปลี่ยนตัวระหว่างเกม ได้อย่างเป็นทางการ และเริ่มต้นในฤดูกาล 1965/66 สำหรับฟุตบอลลีกอังกฤษ ซึ่งมีตัวสำรอง ข้างสนามอยู่เพียงแค่ 1 คน สามารถเปลี่ยนตัวได้ แค่ในกรณีตัวจริงบาดเจ็บเท่านั้น ก่อนที่กฎดังกล่าว จะถูกผ่อนผันลงไปในอีก 2 ฤดูกาลให้หลังนั่นเอง

ซึ่งจำนวนของตัวสำรองข้างสนามนั้น ถูกเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน จากแค่ 1 คน ในข้างสนาม ก็เพิ่มมาเป็นเปลี่ยนได้ 2 จาก 5 คนในปี 1988 ตามด้วย 2+1 (ในกรณีที่ผู้รักษาประตูนั้นบาดเจ็บ) จาก 7 คน และปิดท้ายด้วยที่ 3 จาก 7 คน แบบที่เราคุ้นตากันเมื่อปี 1995 ก่อนที่จะมีรายละเอียดปลีกย่อยในปัจจุบัน  ว่าตัวสำรองคนที่สี่ ในช่วงต่อเวลาพิเศษนั้น เปลี่ยนตัวจากอาการบาดเจ็บแบบ Concussion หรือในระหว่างที่โลก กำลังเผชิญกับสถานการณ์ของ โควิด-19 หลายรายการ จึงได้ผ่อนปรนให้สามารถเปลี่ยนตัวได้มากถึง 5 คนด้วยกันนั่นเอง

ตัวสำรอง เพื่อโลก

เราได้รู้จักกับเหล่าตัวสำรอง ผู้ลงมาเปลี่ยนเกมให้กลายเป็นผลดีกันไปแล้ว แต่ว่าในโลกแห่งความจริงนั้น การตัดสินใจเปลี่ยนตัว ก็อาจนำพาผลลัพธ์อันไม่น่าจำมาสู่ทีมได้เช่นกัน

มาร์ค โนเบิล ถูกส่งลงสนาม เพื่อเป้าหมายเดียวเท่านั้น คือยิงจุดโทษใส่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เพื่อให้พาทีมเก็บ 1 แต้มจากทัพปีศาจแดงให้ได้

เช่นกันกับการส่ง มาร์คัส แรชฟอร์ด และ จาดอน ซานโช่ ให้ลงไปดวลลูกโทษ เพื่อตัดสินกับทีมชาติ อิตาลี แต่เมื่อเกมนัดชิงฟุตบอลยูโรปี 2020 ทั้งสามคนยิงจุดโทษไม่เข้า นั่นจึงกลายเป็นจังหวะที่ถูกกล่าวขานกัน อยู่สักพักใหญ่

ผลงานแรกของโลกที่น่าจดจำ

ทีม เอเอฟซี วิมเบิลดัน อาจไม่ใช่ทีม ที่มีผลงานโด่งดัง หรือฐานแฟนบอลหนาตามากนัก แต่สิ่งที่พวกเขามีอยู่ มีเพียงแค่สโมสรเดียวในโลก คือการมีโค้ชที่ดูแลการกลับเข้าสู่เกม เช่น ในจังหวะเตะจากประตู หรือลูกทุ่ม หรือช็อตฟาวล์

แต่จริงอยู่ที่ ลิเวอร์พลู เคยเปิดตัวโค้ชไปแล้ว ซึ่งหน้าที่ของเจ้าตัวนั้น ก็ชัดเจนมาก ว่าดูแลเทคนิคการทุ่มไกล และต้องทุ่มอย่างไร ให้ฝ่ายครองบอลได้เปรียบ แต่กับการดูแลตัวสำรอง ที่เปลี่ยนไปในทุกเกมการแข่งขัน โค้ชจะต้องทำอย่างไรกันบ้าง

และสิ่งที่แตกต่างจากทีมทั่วไป เป็นอย่างแรก คือผู้เล่นตัวสำรองเหล่านี้ จะไม่เข้าไปในอุโมงค์ห้องแต่งตัว ระหว่างช่วงพักครึ่ง เขาจะอยู่เพื่อฟังแผนหรือแก้เกมจากผู้จัดการทีม จะอยู่ซ้อมบนสนามหญ้าจริงตลอดทั้งช่วง 15 นาที

สรุปบทความ แน่นอนเลยว่าบนผืนหญ้าสีเขียวนั้น และลูกบอลกลม ๆ อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้อยู่ตลอดเวลา และยิ่งเมื่อตัวสำรอง กำลังได้รับบูสต์เพิ่มมา จากการเตรียมพร้อม ทั้งร่างกายกับข้อมูลด้วยแล้วนั้น ก็คงไม่นานเกินรอ ที่เราจะได้เห็นบรรดา ซูเปอร์ซัพ ที่อยู่ข้างสนาม ก้าวขึ้นมาเป็น ตัวปิดเกม กันมากขึ้นอย่างแน่นอนทีเดียว

อ่านบทความต่อได้ที่นี่

เปิดประวัติ กติกา วงการฟุตบอล